คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า เปลี่ยน ตอนไหน
คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า เปลี่ยน ตอนไหน อย่างที่ทราบกันว่า สำหรับ คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า จะมีอายุการใช้งาน ตามระยะเวลา ซึ่ง คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า เมื่อหมดอายุการใช้งาน ก็ต้องเปลี่ยน เพื่อให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง และ ได้รับกลิ่น หรือ รสชาติ ที่เข้มข้น ซึ่งการใช้คอยล์ เกินอายุการใช้งาน หรือ หมดอายุการใช้งาน แล้วฝืนใช้งาน จะได้รสชาติปนเปื้อน หรือ มีกลิ่นไหม้ ทำให้ไม่สามารถสูบต่อได้ เพราะรู้สึกแสบคอ เมื่อคอยล์หมด อายุการใช้งาน ก็ควรเปลี่ยนทันที เพื่อให้ได้รับรสชาติ และ ใช้งานตัวเครื่อง ได้อย่างอรรถรส และ การดูแลรักษา คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ หรือ การมั่นเปลี่ยนคอยล์ เมื่อใช้งานจนกลิ่นเริ่มจางลง จะทำให้ไม่รับกลิ่นอื่นๆ อีกด้วย
โดยคอยล์บุหรี่ไฟฟ้า จะมีระยะเวลาแค่ไหน ควรเปลี่ยนตอนไหนบ้าง ไปดูกันเลยครับ

คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า ใช้ได้กี่วัน
คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า จะมีอายุการใช้งาน ได้ยาวนานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับ การใช้งานของผู้สูบ ถ้าผู้สูบ ใช้งานมาก สูบบ่อย จะมีอายุการใช้งานได้ ประมาณ 3 – 7 วัน ถ้าไม่ได้สูบบ่อย สูบเรื่อยๆ คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า จะมีอายุการใช้งานได้ ยาวนาน มากถึง 7 – 14 วัน ซึ่งระยะเวลาประมาณนี้ คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า จะไม่มีอาการ คอยล์ไหม้ สำลียังขาว กลิ่นยังปกติ ถ้าหมดอายุการใช้งาน จะมีสัญญาณเตือนต่างๆ ซึ่ง ถ้าหากหมดอายุการ ก่อนเวลา อาจเกิดได้หลายสาเหตุ
โดย อาจเกิดได้จาก น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ที่ทำให้คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า ไหม้ได้อีกด้วย

รู้ได้ไง น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า แบบไหนทำให้คอยล์ใช้ไม่นาน
นักสูบบางท่าน อาจจะยังไม่ทราบว่า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า สามารถทำให้ คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า หมดอายุการใช้งานให้ไวขึ้นได้ ซึ่ง อาจเกิดได้หลายปัจจัย โดยสาเหตุหลักๆ ถ้าหากน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ไม่มีคุณภาพ เป็นของปลอม ก็จะมีคุณภาพ ได้ไม่ดีเท่ากับ น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ของแท้อยู่แล้ว ทำให้น้ำยาปลอม มีความเข้มข้นน้อย และ คุณภาพดีต่ำ
ทำให้คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า ไหม้ไวได้ และ จะมีสาเหตุอื่นๆ ดังนี้
- น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ที่มีความหวาน เหนียวมากๆ จะทำให้คอยล์พังไวได้
- น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ยิ่งมีสีเข้มมาก ก็อาจทำให้ คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า หมดอายุการใช้งานได้ไวขึ้น
- น้ำยาบุหหรี่ไฟฟ้า ไม่ได้คุณภาพ หรือ ส่วนผสมในน้ำยา ไม่เหมาะสม

สัญญาณเตือน ควรเปลี่ยน คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า
สัญญาณเตือนต่างๆ จะช่วยแจ้งเตือนในการใช้งาน คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า ถ้าหากเริ่มหมดอายุการใช้งาน จะค่อยๆ เตือนด้วยเรื่อง ฟิลการสูบ หรือ กลิ่นก่อน เพื่อให้เตรียมในการเปลี่ยนคอยล์ แต่ถ้าหากเริ่มมีกลิ่นไหม้ ควรเปลี่ยนทันที เพื่อป้องกัน ไม่ให้อุปกรณ์อื่นๆ เกิดความเสียหายตามได้ เพราะใช้งานหมดอายุการใช้งาน
โดยสัญญาณเตือน ต่างๆ จะมีอะไรบ้าง ดังนี้
ควันน้อยลง กลิ่น และ รสชาติ ไม่เหมือนเดิม
ถ้าสูบแล้ว รู้สึก ควันออกมาเริ่มน้อยลง หรือ กลิ่น และ รสชาติ เริ่มเพี้ยนไป เป็นสัญญาณเตือนว่า ควรเปลี่ยน คอยล์บุหรี่ไฟฟ้าใหม่ ได้แล้ว เพราะ ขดลวด และ สำลีภายในคอยล์ เริ่มเกิดความเสียหาย ทำให้การรีดกลิ่น และ รสชาติได้ ไม่ดีเท่า คอยล์ที่เปลี่ยนมาใหม่แรกๆ ไม่ควรฝืนใช้งานต่อ ควรเปลี่ยนตั้งแต่
เริ่มมีสัญญาณเตือนเหล่านี้ จะช่วยถนอมตัวเครื่อง แทงค์เก็บน้ำยา และ อุปกรณ์อื่นๆ ให้ยืดยาวได้นานขึ้นอีกด้วย
มีกลิ่นไหม้
เมื่อ คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า พัง จะทำให้เกิดกลิ่นเหม็นไหม้ และ แสบคอเมื่อสูบ เมื่อมีกลิ่นไหม้ ห้ามสูบเด็ดขาด เพราะ อาการนี้ เป็นอาการที่ชัดเจนที่สุด ที่สมควร ต้องเปลี่ยนคอยล์ได้แล้ว ไม่ควรฝืนใช้งานต่อ โดยสังเกต รสชาติ หรือ กลิ่น ที่เพี้ยน แปลกเปลี่ยนไป แม้จะเติมน้ำยาเพิ่ม หรือ ใช้น้ำยา ที่มีคุณภาพแล้ว ก็ยังไม่ให้ ดังนั้น เมื่อมีกลิ่นไหม้ ให้เปลี่ยนได้ทันที ไม่ควรฝืนใช้งานต่อ เพราะ วัสดุขดลวด และ สำลี ถูกความร้อน จนไหม้เกรียม ต้องเปลี่ยน
คอยล์อย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้อุปกรณ์อื่นๆ เกิดความเสียหายต่อได้ เพราะอาจให้แก้ปัญหาไม่หายได้
น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ในแทงค์ เริ่มเปลี่ยนสี หรือ มีสีเข้ม
เมื่อเติมน้ำยาใหม่ หรือ เปลี่ยนน้ำยาใหม่ แล้วน้ำยาในแทงค์ กลายเป็นสีดำอย่างรวดเร็ว เป็นสัญญาณเตือนว่า
ควรเปลี่ยนคอยล์บุหรี่ไฟฟ้าได้แล้ว และ ควรล้างแทงค์น้ำยา ก่อนสวมใส่ คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า
เมื่อน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ารั่ว
ถ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ารั่ว เข้าไปในแบตเตอรี่ หรือ รั่วออกจากแทงค์เก็บน้ำยา ควรถอดแยกชิ้นส่วน เพื่อเช็ด ทำความสะอาดอย่างถูกต้อง และ ตรวจสอบแบตเตอรี่ ว่าใช้งานได้ปกติไหม แล้วนำมา ประกอบใหม่ด้วยความระมัดระวัง ถ้ายังมีอาการรั่วอยู่ ให้ถอด คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า ออกแล้วตรวจสอบดู ว่าเกิดปัญหาจากจุดไหน
ซึ่งการเปลี่ยนคอยล์ก็อาจทำให้เกิดขึ้นได้ หากสวมใส่ ผิดวิธี
สูบแล้วเริ่มมีเสียง
เมื่อสูบบุหรี่ไฟฟ้า แล้วเริ่มมีเสียง แต่อาจเป็นสัญญาณเตือน ของสิ่งอื่นได้ เช่น อาจเป็นไปได้ว่า มีปัญหากับ บุหรี่ไฟฟ้า หรือ แทงค์น้ำยา ซึ่งเป็นเรื่องง่ายๆ วิธีแก้ไม่ยุ่งยาก เพียงต้องเปลี่ยนคอยล์ และ น้ำยา โดยเมื่อสูบ จะมีเสียง อาจเกิดขึ้นได้ เมื่อไม่ได้วางขดลวดอย่างถูกวิธี และ ควรเปลี่ยนขดลวด หรือ คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า เมื่อได้ยินเสียง สามารถลองคล้ายเกลียว และ ใส่ขดลวด กลับไปใหม่ ลองตรวจเช็คดู ให้แน่ใจ ทั้งหมดอาย่างถูกต้อง
ถ้าลองถอดใส่ใหม่แล้ว ยังมีเสียง ให้เปลี่ยนคอยล์บุหรี่ไฟฟ้า ใหม่ได้ทันที

คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า ควรเปลี่ยนบ่อยไหม
คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า ไม่ได้ออกแบบให้ใช้งานได้ตลอด จะมีอายุการใช้งาน ตามการใช้งานของผู้ใช้ เพราะ คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า ทนทานต่อความร้อนซ้ำ และ การทำความเย็นซ้ำๆ ซึ่ง เมื่อถูกความร้อนบ่อยๆ จะเกิดการไหม้ได้ จำเป็น ต้องเปลี่ยนคอยล์ประจำ ทุกๆ 1 – 4 สัปดาห์ การเปลี่ยน คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า ที่ขึ้นอยู่กับ ปัจจัยต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์ และ น้ำยาที่ใช้งานอีกด้วย ถ้าหาก ส่วนผสม ในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า มีส่วนผสมของ VG สูง จะพบว่า ต้องเปลี่ยนคอยล์บ่อยกว่า ถ้าใช้ PG สูง เพราะ จากน้ำยา ที่มี VG สูง จะมีความหนา และ แนวโน้มว่า จะสร้างสารตกค้างมากขึ้น ซึ่ง อาจทำให้เกิดการอุดตันได้ และ รสชาติของ น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า อาจก่อให้เกิดสารตกค้างมากขึ้น



