สูบบุหรี่ไฟฟ้า ในห้องแอร์ได้ไหม
สูบบุหรี่ไฟฟ้า ในห้องแอร์ได้ไหม ต้องทำความรู้จักกับ บุหรี่ไฟฟ้า โดยการทำงาน คือ การสร้างควัน จากกระแสไฟแบตเตอรี่ ให้เกิดความร้อน ไปสู่ คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า เมื่อความร้อนไปสู่คอยล์ ที่มีสำลีบุหรี่ไฟฟ้า ที่ถูกเติมน้ำยาลงไปสู่คอยล์ จะทำให้เกิด ไอน้ำ หรือ ควัน นั้นเองครับ โดยการสูบ บุหรี่ไฟฟ้า ไม่ควรสูบในพื้นที่ แออัด ที่ไม่มีการระบายอากาศ รวมถึง ห้องที่มี แอร์ หรือ เครื่องปรับอากาศ โดยทางร้าน Vapeban ขอแนะนำว่า ไม่ควรสูบ บุหรี่ไฟฟ้า ในห้องแอร์ เพราะอาจทำให้ควัน หรือ ไอน้ำ ที่เกิดจาก บุหรี่ไฟฟ้า ทำให้แอร์ หรือ เครื่องปรับอากาศ สามารถเกิดความเสียหายได้ แถมยังทำให้ คราบน้ำยา ที่เกิดจากไอน้ำ เข้าไปสะสมด้านในเป็นจำนวนมาก อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดแอร์เสียได้เลยครับ ซึ่ง จะทำให้เกิดอะไรกับ แอร์บ้าง เมื่อสูบ บุหรี่ไฟฟ้า ในห้องแอร์ ไปดูกันเลยครับ

สูบบุหรี่ไฟฟ้าในห้องแอร์ จะเป็นอะไรบ้าง
เมื่อสูบ บุหรี่ไฟฟ้า เป็นเวลานาน ในห้องแอร์ จะทำให้แอร์ เกิดความเสียได้ไว ล้างออกได้ยาก ยิ่งถ้าผู้ใช้งาน ไม่มั่นทำความสะอาดแอร์ จะทำให้แอร์ เกิดความเสียหายได้ต่างๆ เช่น โคมกระรอก ถาดน้ำทิ้ง และ อุปกรณ์แอร์อื่นๆ ซึ่ง จะทำให้แอร์ ทำงานเป็นอย่างหนัก และ เปลืองไฟ หรือ ทำให้แอร์เย็นช้า หรือ ไม่เย็นเลย เพราะ อาจเกิดจากคราบ น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า โดยจะทำให้หลายสาเหตุ เกิดปัญหา กับ แอร์ จนแอร์เสียหายได้ หรือ เปิด ก็ไม่ได้ช่วยให้อุณภูมิในห้อง ไม่เย็นขึ้นอีกด้วย

ผลเสียของการสูบ บุหรี่ไฟฟ้า ในห้องแอร์
- การสูบ บุหรี่ไฟฟ้า จะทำให้แอร์ หรือ เครื่องปรับอากาศ ทำงานอย่างหนัก เพราะ แอร์ จะทำการกำจัด ควันในห้อง
- การสูบ บุหรี่ไฟฟ้า ทำให้ โคมกระรอก หรือ โครงกระรอก มีฝุ่นเกาะหนา จนทำให้แอร์ไม่เย็น
- การสูบ บุหรี่ไฟฟ้า ทำให้ถาดน้ำแอร์ มีคราบ เหนียว หนึบ สีเหลือง ติดอยู่ ทำให้ล้างออกได้ยาก
- การสูบ บุหรี่ไฟฟ้า แอร์สกปรกได้ไว
- การสูบ บุหรี่ไฟฟ้า เปลืองไฟมากๆ เพราะ การทำงานอย่างหนัก
- การสูบ บุหรี่ไฟฟ้า แอร์ จะมีกลิ่นเหม็นของ บุหรี่ หรือ บุหรี่ไฟฟ้า
- การสูบ บุหรี่ไฟฟ้า ในห้องแอร์ เสี่ยงต่อโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับ สุขภาพได้
- การสูบ บุหรี่ไฟฟ้า จะทำให้ แอร์ไม่เย็น หรือ ออกแค่ลม
- การสูบ บุหรี่ไฟฟ้า ทำให้แอร์ ตัน ล้างแอร์ยาก หรือ ล้างแล้ว ก็ไม่ได้ช่วยให้แอร์เย็นขึ้น
- การสูบ บุหรี่ไฟฟ้า จะมีคราบจุดดำๆ หรือ เหนียวๆ ติดอยู่ที่หน้ากากแอร์ พัดสวิงลม
- การสูบ บุหรี่ไฟฟ้า ฝุ่นจะมีลักษณะแฉะ เกาะอย่างแน่นหนา
แอร์ทำงานอย่างไร
การทำความเย็นของเครื่อง ปรับอากาศ หรือ แอร์ โดยทั่วไป ต้องอาศัยสารทำความเย็น หรือ น้ำยาแอร์ ที่ไหลอยู่ในระบบท่อปิด โดยมีอุปกรณ์ ดังนี้
- คอมเพรสเซอร์ ( Compressor ) เป็นอุปกรณ์ ที่เพิ่มความดัน และ อุณหภููมิแก่สารทำความเย็น
- คอนเดนเซอร์ ( Condenser ) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้แลกเปลี่ยน ความร้อนของ สารทำความเย็น และ อากาศภายนอก
- วาล์วลดความดัน ( Expansion Valve ) เป็น อุุปกรณ์ที่ใช้ลดความดัน ฉับพลัน เพื่อให้สารทำความเย็นขยายตัว
- อีวาโปเรเตอร์ ( Evaporator ) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้แลกเปลี่ยนความร้อน ของสารทำความเย็น และ อากาศภายในบริเวณที่ต้องการ ทำความเย็น

หลักการทำงานของแอร์ กับ ควัน บุหรี่ไฟฟ้า
หลักการของแอร์ ที่จะดูดซับอุณหภูมิ จากด้านนอก เข้ามาสู่ภายใน เพื่อแลกเลี่ยน กลายเป็นอากาศบริสุทธิ์ ที่จะทำความเย็นภายในห้อง ซึ่งการดูดซับเหล่านี้ ก็จะดูดซับอาการจากภายใน เช่นเดียวกัน เพื่อให้มีอากาศ หรือ ออกซิเจนได้หมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา และ เมื่อสูบบุหรี่มวน หรือ บุหรี่ไฟฟ้า เมื่อแอร์ดูดควันเข้าไป จะทำให้ แอร์มีกลิ่นเหม็น เมื่อสูบไปในระยะยาว จะทำให้อุุปกรณ์ของแอร์ เช่น โคมกระรอก ถาดน้ำเสีย หรือ สวิงลม มีฝุ่น และ คราบ เหนียวแฉะ หนึบ ติดอยู่ ทำให้แอร์ ไม่เย็น หรือ มีแต่ลมออกมา ทำให้การล้างแอร์ อาจจะเจอปัญหา คือ แอร์ตันได้อีกด้วย ดังนั้น เมื่อสูบบุหรี่ หรือ บุหรี่ไฟฟ้า ในห้องแอร์ หรือ ห้องปรับอากาศ จะทำให้แอร์ทำงานอย่างหนัก จนทำให้แอร์ เสื่อมสภาพได้เร็ว
สรุป สูบบุหรี่ไฟฟ้า ในห้องแอร์ได้ไหม
สรุป การสูบ บุหรี่ไฟฟ้าในห้องแอร์ ต้องบอกก่อนว่า ถ้าหากเป็นการอาศัยอยู่คนเดียว แล้วไม่ได้กังวล เรื่องของการที่ต้อง ล้างแอร์บ่อยๆ หรือ ไม่กลัวกลิ่นแอร์เหม็นอับ ก็สามารถสูบได้ครับ แต่ สำหรับบุหรี่มวน ไม่แนะนำเลยครับ เพราะว่า บุหรี่มวน เป็นการเผาไหม้โดยตรง ซึ่ง เป็นอันตรายมากๆ กับ แอร์ หรือ เครื่องปรับอากาศ แถมยังเป็นสิ่งที่ทำให้ ร่างกายของผู้ใช้ เกิดโรคมะเร็ง และ โรคอื่นๆ ได้อีกด้วย และ การสูบ บุหรี่ไฟฟ้า ในห้องแอร์ หรือ ห้องปรับอากาศ ก็สามารถทำให้แอร์เกิดปัญหาต่างๆ เช่น เปลืองไฟ ทำให้แอร์ทำงานอย่างหนัก มีคราบติดที่ ถาดน้ำเสีย หรือ สวิงลม ทำให้แอร์ไม่เย็น แอร์มีแต่ลมออกมา บางครั้ง การล้างก็อาจไม่ใช่วิธีแก้ที่ถูก เพราะแอร์ จะดักฝุ่น หรือ ละอองน้ำได้ในอากาศ และ กรองออกมา เพื่อไม่ให้บรรยากาศภายในห้อง ได้มีอุณหภูมิที่สม่ำเสมอ แน่นอนว่า แอร์ จะไม่สามารถทำการเพิ่ม หรือ ลดความเย็นเองได้ ต้องปรับตามความต้องการเท่านั้น แต่เมื่ออยู่ในอุณหภูมิ ที่คงที่ หรือ เย็นมากเกินไป แอร์จะหยุดทำงาน เพื่อให้อุณหภูมิห้อง เท่ากับ การปรับอากาศที่เราต้องการนั้นเองครับ


